Wednesday, April 2, 2014

Mandarin Oriental Bangkok Hotel Songkran Package

Mandarin Oriental Bangkok Hotel is offering a Songkran Special Package, valid from 4 to 16 April, 2014. Priced at 11,999 baht net per room per night, the packages includes accommodation in a superior room, daily buffet breakfast at Riverside Terrace and choice of dinner at Lord Jim’s or Riverside Terrace with a complimentary bottle of wine. This rate is applicable for two guests per room only, and is not valid in conjunction with any other offers or contracts and does not apply to group bookings. For bookings or more information

Thailand Hotel | Thailand hotels booking at discount rates.

Thailand Hotels | Thailand Hotel Deals | Thailand Hotel Booking

Booking Hotels in Thailand - Bangkok Hotels - Phuket Hotels - Koh Samui Hotels - Pattaya Hotels - Krabi Hotels - Chiang Mai Hotels and all Thailand's destinations.

About Mandarin Oriental, Bangkok

Mandarin Oriental, Bangkok is a five-star hotel in Bangkok owned in part and managed by Mandarin Oriental Hotel Group. Located on the banks of the Chao Phraya River, the original structure was the first hotel built in Thailand when it opened as The Oriental in 1879. Today, the hotel is one of two flagship properties of Mandarin Oriental Hotel Group and is known for service, which consistently places it among the world's best hotels. Accommodation, Hotel, Hotels, Mandarin Oriental Bangkok, Mandarin Oriental, Five Star Hotel, Thailand Hotels, Thailand Hotel, Thailand Hotel Booking, Hotel Booking, Bookings, Thailand Resort, Thailand Resorts

Friday, October 4, 2013

คอลลาเจน คืออะไรกันนะ

หากพูดถึง คอลลาเจน แล้ว เชื่อว่าทุกคนคงจะนึกออกและคุ้นหูคุ้นตากันเป็นอย่างดี เพราะว่าในทุกๆ วันนี้มีผลิตภัณฑ์มากมายที่ผสมและนำเจ้า คอลลาเจน นี้มาสร้างเป็นจุดเด่น จุดขายให้กับผลิตภัณฑ์ของตนเองกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อาหารเสริมชนิดต่างๆ จนไปถึงเครื่องสำอาง จนทำให้คอลลาเจนได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยสรรพคุณที่มีการโฆษณาว่าเป็นสิ่งที่น่าลิ้มลอง ช่วยในเรื่องของการทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น ไม่เหี่ยวไม่ย่น และอีกมากมายจนนับไม่ถ้วน แต่แล้วจริงๆ เจ้า คอลลาเจน นี่มันคืออะไรกันละ ในร่างกายเราก็มีไม่ใช่หรอ งั้นทำไมเราต้องหารับประทานเพิ่มอีกละ เพื่อไขข้อข้องใจนี้ ทางเราจึงได้จัดทำบทความดีๆเกี่ยวกับ คอลลาเจน ในร่างกายของเรามาให้รับชมกันคะ ไปดูกันเลย
คอลลาเจน คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่อยู่ภายใต้ชั้นหนังแท้ มีชื่อเรียกว่า คอลลาเจน โปรตีน เป็นโปรตีนที่มีความสำคัญต่อผิวหนังเป็นอย่างมาก เพราะเป็นส่วนสปริงของผิวหนังที่ทำให้เกิดการสร้างความตึงให้กับผิวหนังชั้น เนื้อแท้ ซึ่ง คอลลาเจน จะมีปริมาณที่มากถึง 1 ใน 3 ของโปรตีนในร่างกายและอยู่คู่กับโปรตีนที่มีชื่อว่า อิลาสติน โดยจะทำงานร่วมกันกับ คอลลาเจน ช่วยเสริมสร้างผิวให้เต่งตึงแข็งแรง โดยอิลาสตินจะทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ทำให้ไม่มีริ้วรอย โดย คอลลาเจน ก็มีด้วยกันหลากหลายชนิดมากๆ โดยในปัจจุบันได้มีการค้นพบแล้ว 19 ชนิดด้วยกัน
คอลลาเจน ในร่างกายของเรานั้นจะมีมากในวัยเด็ก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผิวหนังของเด็กจะมีความนุ่มนิ่มและเต่งตึงมากกว่าในวัยอื่นๆ และเมื่อต่อมาจนถึงวัยประมาณ 25 ปีขึ้นไปนั้น คอลลาเจน จะเริ่มการเสื่อมสภาพลงไปเรื่อยๆ โดยจะลดลงเป็นอัตรา 1.5 % ต่อปี นั่นหมายความว่าร่างกายของเราจะเหี่ยวย่นลงไปเรื่อยๆนั่นเอง และนอกจากนี้การสูญเสียของ คอลลาเจน นอกจากจะเกิดตามธรรมชาติแล้วยังมีสาเหตุอื่นๆ มาเป็นปัจจัยทำให้ร่างกายเราสูญเสียไปอีกด้วย เช่น ได้รับปริมาณรังสี UV ใปริมาณที่มากเกินไปหรือสะสมในทุกๆ วัน การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ การสูบบุหรี่ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ คอลลาเจน ที่มีการลดลงในทุกๆ ปีนั่นมีการลดลงเพิ่มขึ้นไปอีกด้วย
และนี่คือข้อมูลเกี่ยวกับ คอลลาเจน ในร่างกายของเรานั่นเอง นี่เป็นเหตุผลที่ว่าผลิตภัณฑ์ต่างๆ ต้องนำเอา คอลลาเจน มาเป็นส่วนหนึ่งชองสินค้าเนื่องจาก คอลลาเจน มีความสำคัญกับผิวของเราอย่างมาก หากเกิดการสูญเสีย คอลลาเจน ไปหมดแล้วไม่อยากจะคิดเลยคะ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่จริงๆสำคัญผู้หญิงจริงไหมคะ

Wednesday, September 25, 2013

35 วิธีลดความอ้วน กระชับหุ่นให้เข้าที่ ฟิตแอนด์เฟิร์ม

อยากลดหุ่นให้เข้าที่หรือ? ง่าย ๆ เลยค่ะ ลองเลือกทำตามวิธีลดความอ้วน ที่นำมาฝากในวันนี้ ดูสิว่า วิธีไหนเหมาะสมกับคุณบ้าง หรือจะเลือกใช้ทุกวิธี เอาให้ผอมทันใจก็ย่อมได้ รับรองว่าดีต่อสุขภาพค่ะ

1. รับประทานผัก-ผลไม้มากๆ อย่าละเลยการรับประทานผัก-ผลไม้เด็ดขาดค่ะ เพราะผักผลไม้มีทั้งเส้นใย และสารอาหารต่าง ๆ ที่ดีกับคุณสาว ๆ แถมทานมากเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนด้วย

2. หลีกเลี่ยงการทานอาหารทอด ๆ และติดมัน อาหารทอด ๆ มาพร้อมกับน้ำมันที่จะมาทำให้คุณอวบอั๋นขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย เช่นเดียวกับอาหารเนื้อสัตว์ติดมัน เช่น กุนเชียง หมูสามชั้นทอดกรอบ หนังไก่ กากหมู ถ้าไม่อยากอ้วน อดใจไว้ค่ะ

3. ทานดาร์กช็อกโกแลต ใช่ค่ะ คุณหูไม่ฝาด เรากำลังแนะนำให้คุณทานช็อกโกแลต แต่ไม่ใช่ว่าช็อกโกแลตทั่ว ๆ ไปก็ทานได้หรอกนะคะ ต้องเป็นดาร์ก ช็อกโกแลตเท่านั้น ถึงจะมีสารแอนตี้ออกซิเดนท์ และเป็นประโยชน์กับร่างกายของคุณสาว ๆ

4. ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย แทบจะทุกบทความ ที่แนะนำให้คุณดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8-12 แก้ว เพราะน้ำจะช่วยเร่งระบบการเผาผลาญ จึงช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินให้คุณด้วย ซ้ำยังช่วยให้คุณอิ่มเร็วขึ้นด้วย หากคุณดื่มน้ำ 1 แก้ว ก่อนทานอาหารทุกครั้ง แต่อย่าชะแว้บ! ไปมอง "น้ำอัดลม" หรือ "น้ำผลไม้" เชียว ยกเว้น "น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง" ที่เราแนะนำให้คุณดื่มได้

5. ดื่มน้ำอย่างน้อย 1 แก้วหลังตื่นนอน จำ และทำให้เป็นนิสัย เพราะการดื่มน้ำอย่างน้อย 1 แก้ว ทันทีหลังจากที่คุณเพิ่งตื่นนอน จะทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้นอย่างรวดเร็ว และยังจะช่วยให้ระบบขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายทั้งหนักทั้งเบา ทำงานได้อย่างคล่องตัว

6. ทานอาหารเช้า จำได้ไหมว่า อาหารเช้าคืออาหารมื้อสำคัญที่สุดของวัน ถ้าหากคุณสาว ๆ พลาดอาหารเช้าในช่วงเวลา 6.00-10.00 น.ไปล่ะก็ คุณอาจจะรู้สึกหิวในมื้อต่อ ๆ ไปมากขึ้น ทีนี้ล่ะ คุณอาจจะเผลอตัวเผลอใจสวาปามอาหารที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่ยั้ง แล้วจะลดน้ำหนักได้อย่างไรล่ะจ๊ะ

7. กินเพื่ออยู่ ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน การไดเอท ไม่ได้สำคัญที่ว่าคุณทานอะไรเข้าไป แต่สำคัญที่ว่า ทำไมคุณถึงทานเข้าไปต่างหาก ฉะนั้นแล้ว หากใครชอบกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เพียงเพื่ออยากทานสิ่งนั้น จงเปลี่ยนพฤติกรรมด่วนค่ะ ทานให้แต่พออิ่มจะดีกว่า และควรทานเมื่อเวลาที่หิวจริง ๆ

8. ออกกำลังกายสำคัญสุด ๆ แน่นอนว่า หนึ่งในวิธีที่คนทั่วโลกแนะนำก็คือ การออกกำลังกายนี่แหละ เพราะมันจะช่วยรักษาน้ำหนักให้คงที่ในระยะยาวได้ แถมยังจะช่วยให้คุณเผาผลาญแคลอรีให้กลายเป็นพลังงานได้คราวละมาก ๆ ด้วย หากคุณสาว ๆ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ลองหาเวลาเดินวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน นอกจากคุณจะควบคุมน้ำหนักได้ดีแล้ว ยังจะมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงอีกด้วยล่ะ

9. หาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ไดเอท เขาว่า "คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย" ใช่ไหมล่ะ เพราะฉะนั้น อย่ามาท้อแท้กับการไดเอทเพียงลำพังเลย ลองหาเพื่อนที่มีแนวคิดเดียวกัน แล้วชวนมาลดความอ้วนด้วยกันดีกว่า เพราะการมีเพื่อนหัวอกเดียวกัน จะทำให้คุณมีกำลังใจขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ

10. อย่ากักตุนอาหารในตู้เย็น สาว ๆ มักจะชอบซื้ออะไรต่อมิอะไรมาเก็บไว้ในตู้เย็น อ้างว่าเตรียมไว้รับรองแขกบ้าง ไว้เลี้ยงเพื่อนบ้างล่ะ แต่สุดท้ายก็มักจะเหลือเต็มตู้เย็น จนคุณสาว ๆ นั่นแหละต้องมาทานเอง เพราะฉะนั้น หากไม่อยากอ้วน กำจัดของกินในตู้เย็นโดยด่วน คุณจะได้ไม่เผลอหยิบติดมือมาทานได้ง่ายเกินไปนั่นเอง แต่ถ้าอยากจะมีอาหารติดในตู้เย็น แนะนำว่า ผักผลไม้ และบรรดาอาหารเพื่อสุขภาพทั้งหลายจะเวิร์กที่สุดค่ะ

Tuesday, September 24, 2013

คอลลาเจนคืออะไร ประโยชน์อย่างไร เลือกคอลลาเจนยี่ห้อไหนดี

คอลลาเจน (Collagen) มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก คือ Kolla ซึ่งแปลว่ากาว

คอลลาเจน เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ประสานกันเป็นเส้นใยอยู่ใต้ชั้นผิวหนังแท้ ทำหน้าที่เสริมความเรียบตึงให้แก่ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังดูเรียบเนียน ในวัยเด็ก คอลลาเจน ยังไม่เสื่อมสลายและมีจำนวนมาก จึงทำให้เห็นว่าเด็ก ๆ หรือวัยรุ่นที่กำลังแตกเนื้อหนุ่มสาวมีผิวหนังที่เต่งตึง แต่เมื่อมีวัยมากขึ้น เส้นใย คอลลาเจน เหล่านี้จะเสื่อมสลายและมีปริมาณลดลง ทำให้ชั้นผิวหนังยุบตัวลง อันเป็นต้นเหตุของความเหี่ยวย่นและริ้วรอย ยิ่งสูงวัยขึ้นเท่าใด ริ้วรอยแห่งวัยก็เห็นชัดขึ้นเท่านั้น ริ้วรอยแรกที่มาเยือนที่เป็นที่รู้จักกันดีก็คือ รอยตีนกา เนื่องจากผิวหนังรอบดวงตามีความบอบบางมาก อีกทั้งกล้ามเนื้อรอบดวงตาก็เป็นกล้ามเนื้อวงกลม ไม่มีอะไรยึด ผิวรอบดวงตาก็เลยจะเหี่ยวมากกว่าที่อื่น

Monday, May 19, 2008

History of Manchester United F.C. Club crest and colours

History of Manchester United F.C. Club crest and colours

During its days as Newton Heath, the club's home jerseys were yellow and green; this strip was revived as an away kit in the early 1990s. In 1902, in conjunction with the name change to Manchester United, the club changed their colours to red jerseys, white shorts and black socks, which has become the standard for most Man Utd home kits ever since. The most notable exception to this is the shirt that the team wore in the 1909 FA Cup Final against Bristol City, which was white with a thin red V-neck. This design was resurrected in the 1920s before United reverted back to the all-red shirts.

Away strips are usually white jerseys with black shorts and white socks, but other colours have been used, including a blue and white striped shirt used on-and-off from 1903 to 1916, an all-black kit in 1994 and 2003 and a navy blue shirt with silver horizontal pinstripes in 2000. One of the most famous, yet short-lived, United away kits, though, was the all grey kit from 1995–96. This kit was dropped after Manchester United failed to win a single game while wearing it. At half-time during a game against Southampton, when United were already 3–0 down, they switched to their blue and white third kit, but eventually lost 3–1. According to the players, the grey kit was not visible enough which led to the poor results. Another famous Man Utd away kit included a reversible shirt that was white with black sleeves and gold trim on one side, and gold with black trim on the other side. This shirt was released as the last kit created by Umbro for the club before the change to Nike, and commemorated 100 years since the club had changed its name from Newton Heath to Manchester United.


The United third kit is traditionally all-blue in homage to the kit that the 1968 European Cup was won in. Exceptions to this rule have included a bright yellow kit worn in the early 1970s, the aforementioned blue and white striped shirt from 1996, which proved to be a firm favourite with the fans, and a white shirt with black and red horizontal pinstripes from 2004. United have also used what were originally used as training shirts as their third kit in the past, having adopted an all-black kit in the 1998–99 season and a dark blue shirt with maroon sides in 2001 for games against Southampton and PSV Eindhoven.

Currently, Manchester United's home jerseys are red with a vertical, white broken stripe with black trim on the reverse. The stripe is adorned with the letters MUFC at the top of the bottom portion, and a silhouette of the devil from the club badge at the top of the top portion. The AIG and Nike logos are also white. A patch with the words "The Red Devils" written in white, over an image of the club badge's devil, is attached to the bottom-left of the shirt. The club crest sits on a red kiss-cut shield on the left breast. The away jerseys are similar in template to the home shirt, but are black. The crest sits in a black shield, also on the left breast. There is a red-coloured piping running from the neck to the armpit and the AIG and Nike logos are white. The shirt also features the broken stripe on the reverse.

The Manchester United crest has been altered on a few occasions, but the basic form remains similar. The badge is derived from the crest of the city of Manchester. The devil on the club badge stems from the club's nickname "The Red Devils", which was adopted in the early 1960s after Matt Busby heard it in reference to the red-shirted Salford rugby league side. By the end of the 1960s, the devil had started to be included on club programmes and scarves, before it was finally incorporated into the club badge in 1970, holding its unmistakable trident. In 1998, the badge was once again redesigned, this time removing the words "Football Club". This move was met with opposition from some supporters, who viewed it as a move away from the club's footballing roots and more into the business side of the game.

Possibly related posts:
Manchester United F.C.
History of Manchester United F.C. Early years
History of Manchester United F.C. The Busby years (1945–1969)
History of Manchester United F.C. 1969–1986
History of Manchester United F.C. Alex Ferguson era, pre-Treble (1986–1998)
History of Manchester United F.C. The Treble (1998–99)
History of Manchester United F.C. After the Treble (1999–2008)
History of Manchester United F.C. The Malcolm Glazer takeover
History of Manchester United F.C. Club crest and colours


Source: Manchester United F.C.